[BB Fic] Overflow in Color
posted on 01 Dec 2011 17:50 by ohseungor in BigbangTitle: Overflow in Color
Chapter : OneStatus :: Short Fiction(??) [Work in progress]
Author:: Ohseungor*
Genre: Yaoi, AU, Fluff, POV
Pairing :: Seunghyun x Jiyong
Rate :: PG - 13
beta reader : -
Author's note: กรัง ,, ใส่สีมากจนล้น 5555555555
Other BB fiction: BB Fiction list

บ้านนอกเข้ากรุง
" แม่จ๋า!!!"
เช้าวันอาทิตย์อึกทึกไปด้วยเสียงตะโกน
เขาที่เพิ่งจะกลับมานอนก่อนหน้านี้ไม่ถึงสามชั่วโมง ถึงกับต้องตื่นด้วยอารมณ์หงุดหงิดปนขุ่นเคือง
จริงอยู่ ที่ตอนสิบเอ็ดโมงเช้ามันเป็นเวลาที่มนุษย์ร้อยละเก้าสิบจะตื่นกันแล้ว อีกฝ่ายเลยไม่ทันได้ระมัดระวังในการเปล่งเสียงในแต่ละครั้ง รวมถึงทำอะไรต่อมิอะไรในห้องตัวเอง แบบเผื่อแผ่ให้รับรู้มายันห้องเขาด้วย
เออ... ก็พยายามจะเข้าใจแล้วนะ!
แต่เขาเป็นไอ้สิบเปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ (อยาก) ตื่นตอนนี้ไง เข้าใจไหม!? เข้าใจว่าคนมันง่วงมากแต่หลับไม่ได้หรือเปล่า!? ให้ตายเถอะ! จะโหวกเหวกกันไปอีกนานเท่าไหร่ (วะ!) ?
" โอ้โห แม่จ๋า!!! มันหรูอย่างบอกใครเลย ที่บ้านเรายังไม่มีไอ้สี่เหลี่ยมแบนๆ นี่แปะผนังเลยนะ โว้ว!!!!! มันมีภาพสีด้วยอ่ะ ถ้าแม่จ๋าดูละครที่นี่คงจะอินมากแน่ๆ เลยอ่ะ"
เสียงเหน่อเจื้อยแจ้ว พร้อมเสียงตึงๆ จากการวิ่งดังสะเทือนมายันห้องเขา ได้ราวห้านาทีกว่าแล้ว และมันก็ไม่มีทีท่าจะหยุดลง
ไม่รู้ว่าคนพูดมันมาจากในป่าหรือยังไง?
กะไอ้แค่ทีวีจอพลาสม่านี่มันก็มีตั้งนานแล้วนี่หว่า... แล้วไอ้ทีวีขาวดำ มันยังไม่หมดโลกอีกหรือไงวะ?
กะไอ้แค่ทีวีจอพลาสม่านี่มันก็มีตั้งนานแล้วนี่หว่า... แล้วไอ้ทีวีขาวดำ มันยังไม่หมดโลกอีกหรือไงวะ?
ชเวซึงฮยอนผุดความคิดถึงกลางสมอง พร้อมกับที่ใบหน้าคมคายทิ่มกับหมอนใบใหญ่ ตามด้วยการคว้าหมอนอีกใบปิดทับทั้งหัวและหู แต่ถึงกระนั้นเสียงเหน่อๆ กับคำพูดเปิ่นๆ ของพวกนั้นก็ยังคงดังลอยจากห้องข้างๆ มาเข้าห้องเขาอยู่ดี
เหอะ... คราวนี้เป็นเครื่องทำน้ำอุ่นงั้นเหรอ? ปวดหัวว่ะ มาไม่ทันข้ามวันเขาก็รู้สึกปวดหัวแล้ว
เหอะ... คราวนี้เป็นเครื่องทำน้ำอุ่นงั้นเหรอ? ปวดหัวว่ะ มาไม่ทันข้ามวันเขาก็รู้สึกปวดหัวแล้ว
" แม่จ๋า!!!"
อีกแล้ว... เอาอีกแล้ว!!!
พอเงียบไปได้หน่อย มันส่งเสียงเรียกแม่อีกแล้ว ให้ตาย!!!
พอเงียบไปได้หน่อย มันส่งเสียงเรียกแม่อีกแล้ว ให้ตาย!!!
" ว้อย!!! แม่งจะหนวกหูไปไหนวะ!!"
ชเวซึงฮยอนส่งเสียงว้ากออกมาอย่างลืมตัว จนเหมือนห้องข้างๆ จะรู้ตัวเลยเงียบไปกะทันหัน ซึ่งคนกระทำก็เหมือนจะรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย เพราะเจ้าตัวไม่ได้กะจะเสียมารยาทด้วยการตะโกนออกไป แต่มันคือการเผลอต่างหาก
คิ้วหนาที่เป็นตัวขับให้ใบหน้าดูเข้มและสูงวัยกว่าที่ควรจะเป็น ขมวดเข้าหากันพร้อมเงี่ยฟังเสียงที่อาจเล็ดลอดสวนออกมา แต่ดันไม่มีกระทั่งเสียงกระซิบด้วยซ้ำ พอเห็นแบบนี้แล้ว ริมฝีปากหยักได้รูปถึงกลับพ่นลมพร้อมอมยิ้ม ก่อนจะทิ้งร่างตัวเองลงกระแทกที่นอนนุ่ม
ชเวซึงฮยอนส่งเสียงว้ากออกมาอย่างลืมตัว จนเหมือนห้องข้างๆ จะรู้ตัวเลยเงียบไปกะทันหัน ซึ่งคนกระทำก็เหมือนจะรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย เพราะเจ้าตัวไม่ได้กะจะเสียมารยาทด้วยการตะโกนออกไป แต่มันคือการเผลอต่างหาก
คิ้วหนาที่เป็นตัวขับให้ใบหน้าดูเข้มและสูงวัยกว่าที่ควรจะเป็น ขมวดเข้าหากันพร้อมเงี่ยฟังเสียงที่อาจเล็ดลอดสวนออกมา แต่ดันไม่มีกระทั่งเสียงกระซิบด้วยซ้ำ พอเห็นแบบนี้แล้ว ริมฝีปากหยักได้รูปถึงกลับพ่นลมพร้อมอมยิ้ม ก่อนจะทิ้งร่างตัวเองลงกระแทกที่นอนนุ่ม
โอเค... แบบนี้ค่อยยังชั่ว
.
.
" แม่จ๋า! สงสัยเราจะหูแว่วไปมั้ง?"
ไอ้เสียงตะโกนเหมือนหมีคำรามเมื่อครู่ท่าทางจะเป็นเสียงมาจากไอ้จอเหลี่ยมๆ ที่เปิดทิ้งไว้แน่ๆ เลย (ตอนนี้มันเงียบไปแล้วด้วย)
ควอนจียงนิ่วหน้าพลางสะบัดหัว ก่อนจะกระโดดไปหาหญิงวัยกลางคนที่มัวแต่รื้อของออกจากถุงผ้าใบเก่าๆ มาวางบนพื้น
" แม่จ๋า! เรายังไม่ได้ไปลองนอนกลิ้งบนเตียงกันเลยนะ!"
" เดี๋ยวก็ได้จียง เอ็งจะตื่นเต้นอะไรนักหนา กลัวคนเขาไม่รู้เหรอไงว่ามาจากบ้านนอกน่ะฮึ!"
" รู้ก็ช่างสิ ก็จียงมาจากบ้านนอกจริงๆ นี่นา จะต้องอายไปทำไม"
นางควอนส่ายหัวเหนื่อยๆ ท่าทางลูกชายคนโตคงไม่ได้คิดถึงเรื่องมารยาทที่ควรมีกับคนข้างๆ ห้อง อาจเพราะว่าบ้านของพวกเธอเป็นชนบทของแท้ ตัวบ้านแต่ละบ้านมีพื้นที่ของตัวเอง แถมอยู่ห่างกันตั้งเยอะ จียงก็คงจะชินกับการส่งเสียงดังเป็นปกติ ต่างจากเธอที่เคยใช้ชีวิตอยู่เมืองหลวงมาบ้าง เลยพอจะรู้ธรรมเนียมการใช้ชีวิตในสถานที่ที่มีคนอยู่เยอะเกินสิบเท่าเทียบจากบ้านเธอ
ยิ่งคิดยิ่งหนักใจ แล้วแบบนี้ลูกชายเธอจะมาอยู่ที่โซลคนเดียวได้ยังไง ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงระยะหนึ่งปีที่มาเพื่อเรียนระยะสั้นๆ ก็เถอะ
" แม่จ๋า ทำไมทำหน้าแบบนั้น?" แขนเรียวขาวโอบกอดรอบเธอ โดยที่คนทำเอาแก้มกลมๆ ซบเข้ากับหัวไหล่ การอ้อนเล็กๆ ของลูกชายตัวดี ดึงรอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของนางควอน ก่อนที่หล่อนจะกอดร่างผอมโปร่งกลับคืน
" โตแล้วยังจะมาอ้อนแม่ แล้วแบบนี้เอ็งจะอยู่คนเดียวได้ยังไง หืม?"
" แม่จ๋าก็มาอยู่กับจียงสิ"
" แม่มานี่แล้วใครจะอยู่กับไอ้ซึงรี เอ็งไม่สงสารมันเหรอ ไม่รักไอ้ซึงรีเหรอไงจียง?"
คนถูกถามยู่หน้า พร้อมเอาแก้มถูไหล่แม่ตัวเองจนนางควอนต้องหัวเราะแล้วลูบหัว
ก็ใช่! ที่ชีวิตซึงรีมันน่าสงสาร เกิดมาก็ถูกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เล็กๆ โชคดีที่แม่จ๋าไปทำงานในเมืองแล้วเจอเข้า เลยต้องเอากลับมาเลี้ยงเป็นน้องเขา (จียงยังจำได้เลยว่ามาถึงวันแรก ไอ้ซึงรีก็ฉี่ใส่เสื้อตัวใหม่ที่ลุงเบคกี้ซื้อมาฝากจากในเมืองด้วย น่าโมโหนัก!) ถึงอย่างงั้นก็ไม่ใช่ว่าจียงไม่รักไอ้ซึงรีสักหน่อย มันเป็นน้องเขา เขาก็ต้องรักสิ! แต่แม้ว่าจะรักยังไง ก็ใช่ว่าเขาจะยอมยกแม่จ๋าให้มันคนเดียวนี่หว่า
" งั้นแม่จ๋าต้องเข้ามาหาจียงบ่อยๆ นะ!? แม่จ๋ารับปากจียงก่อน ไม่งั้นจียงหนีกลับบ้านจริงๆ ด้วย"
" จะหนีกลับบ้านน่ะ กลับถูกเหรอไง? เงินมีเท่าไหร่กันเชียว เอ็งอย่ามาขู่แม่เลย" ลองจับไปปล่อยแค่ในคอนวิเนียนข้างล่าง ยังแทบจะกลับมาไม่ถูกเลยด้วยซ้ำมั้ง
" โห่! รู้ทันตลอด ว่าแต่จะมาหาจียงบ่อยๆ ปะ?"
" มาสิ ลุงเอ็งมาโซลเมื่อไหร่ แม่จะเข้ามาด้วย จะปล่อยไว้คนเดียวได้ไง"
" เจ๋ง!! แม่จ๋าใจดีที่สุดเลย~"
คนดีใจขยับตัวจุ๊บแก้มแม่ตัวเองก่อนรีบลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ตาเรียวหรี่ลงพร้อมฉีกยิ้มจนแก้มปริเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
" แม่จ๋า~ งั้นจียงไปกลิ้งบนเตียงก่อนนะ!"
บอกเสร็จก็แทบจะวิ่งปรู๊ดตรงไปห้องนอนเหมือนกลัวว่าห้องมันจะหาย เห็นแบบนี้คนเป็นแม่เลยได้แต่ถอนใจ และหวังว่าชีวิตหนึ่งปีในเมืองหลวงของจียงจะมีแต่สิ่งดีๆ ก็แล้วกัน
.
.
ปึ่ก!! ปึ่ก!!! ปึ่ก!!!
เสียงอะไรบางอย่างกระแทกกันเป็นจังหวะสะเทือนมายังห้องเขา ชเวซึงฮยอนที่กำลังบิ้วตัวเองจนหลับไปได้ไม่นานถึงกับคู้ตัวอยู่บนเตียงด้วยความหดหู่
แม่งอยากจะร้องไห้...
เขาอยากจะร้องไห้ให้มันดังจนไอ้ห้องข้างๆ ได้ยินเสียด้วยซ้ำ ร่างกายตอนนี้มันไม่ไหวแล้วก็จริง แต่มันก็หลับไม่ได้ เพราะเสียงก่อกวนครั้งแล้วครั้งเล่า
" ขอร้องแล้วครับ ขอนอนหน่อยเถอะ"
เสียงงึมงำก้องอยู่ในหูของตัวเอง ขณะที่แทบจะเอาหน้าแทรกเอาไปในที่นอนเพื่อลดการรับรู้ของการสั่นสะเทือน แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
" แม่จ๋า!!! เตียงมันเด้งดึ๋งๆ เลย มาดูสิ!"
.
.
" แม่จ๋า! สงสัยเราจะหูแว่วไปมั้ง?"
ไอ้เสียงตะโกนเหมือนหมีคำรามเมื่อครู่ท่าทางจะเป็นเสียงมาจากไอ้จอเหลี่ยมๆ ที่เปิดทิ้งไว้แน่ๆ เลย (ตอนนี้มันเงียบไปแล้วด้วย)
ควอนจียงนิ่วหน้าพลางสะบัดหัว ก่อนจะกระโดดไปหาหญิงวัยกลางคนที่มัวแต่รื้อของออกจากถุงผ้าใบเก่าๆ มาวางบนพื้น
" แม่จ๋า! เรายังไม่ได้ไปลองนอนกลิ้งบนเตียงกันเลยนะ!"
" เดี๋ยวก็ได้จียง เอ็งจะตื่นเต้นอะไรนักหนา กลัวคนเขาไม่รู้เหรอไงว่ามาจากบ้านนอกน่ะฮึ!"
" รู้ก็ช่างสิ ก็จียงมาจากบ้านนอกจริงๆ นี่นา จะต้องอายไปทำไม"
นางควอนส่ายหัวเหนื่อยๆ ท่าทางลูกชายคนโตคงไม่ได้คิดถึงเรื่องมารยาทที่ควรมีกับคนข้างๆ ห้อง อาจเพราะว่าบ้านของพวกเธอเป็นชนบทของแท้ ตัวบ้านแต่ละบ้านมีพื้นที่ของตัวเอง แถมอยู่ห่างกันตั้งเยอะ จียงก็คงจะชินกับการส่งเสียงดังเป็นปกติ ต่างจากเธอที่เคยใช้ชีวิตอยู่เมืองหลวงมาบ้าง เลยพอจะรู้ธรรมเนียมการใช้ชีวิตในสถานที่ที่มีคนอยู่เยอะเกินสิบเท่าเทียบจากบ้านเธอ
ยิ่งคิดยิ่งหนักใจ แล้วแบบนี้ลูกชายเธอจะมาอยู่ที่โซลคนเดียวได้ยังไง ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงระยะหนึ่งปีที่มาเพื่อเรียนระยะสั้นๆ ก็เถอะ
" แม่จ๋า ทำไมทำหน้าแบบนั้น?" แขนเรียวขาวโอบกอดรอบเธอ โดยที่คนทำเอาแก้มกลมๆ ซบเข้ากับหัวไหล่ การอ้อนเล็กๆ ของลูกชายตัวดี ดึงรอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของนางควอน ก่อนที่หล่อนจะกอดร่างผอมโปร่งกลับคืน
" โตแล้วยังจะมาอ้อนแม่ แล้วแบบนี้เอ็งจะอยู่คนเดียวได้ยังไง หืม?"
" แม่จ๋าก็มาอยู่กับจียงสิ"
" แม่มานี่แล้วใครจะอยู่กับไอ้ซึงรี เอ็งไม่สงสารมันเหรอ ไม่รักไอ้ซึงรีเหรอไงจียง?"
คนถูกถามยู่หน้า พร้อมเอาแก้มถูไหล่แม่ตัวเองจนนางควอนต้องหัวเราะแล้วลูบหัว
ก็ใช่! ที่ชีวิตซึงรีมันน่าสงสาร เกิดมาก็ถูกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เล็กๆ โชคดีที่แม่จ๋าไปทำงานในเมืองแล้วเจอเข้า เลยต้องเอากลับมาเลี้ยงเป็นน้องเขา (จียงยังจำได้เลยว่ามาถึงวันแรก ไอ้ซึงรีก็ฉี่ใส่เสื้อตัวใหม่ที่ลุงเบคกี้ซื้อมาฝากจากในเมืองด้วย น่าโมโหนัก!) ถึงอย่างงั้นก็ไม่ใช่ว่าจียงไม่รักไอ้ซึงรีสักหน่อย มันเป็นน้องเขา เขาก็ต้องรักสิ! แต่แม้ว่าจะรักยังไง ก็ใช่ว่าเขาจะยอมยกแม่จ๋าให้มันคนเดียวนี่หว่า
" งั้นแม่จ๋าต้องเข้ามาหาจียงบ่อยๆ นะ!? แม่จ๋ารับปากจียงก่อน ไม่งั้นจียงหนีกลับบ้านจริงๆ ด้วย"
" จะหนีกลับบ้านน่ะ กลับถูกเหรอไง? เงินมีเท่าไหร่กันเชียว เอ็งอย่ามาขู่แม่เลย" ลองจับไปปล่อยแค่ในคอนวิเนียนข้างล่าง ยังแทบจะกลับมาไม่ถูกเลยด้วยซ้ำมั้ง
" โห่! รู้ทันตลอด ว่าแต่จะมาหาจียงบ่อยๆ ปะ?"
" มาสิ ลุงเอ็งมาโซลเมื่อไหร่ แม่จะเข้ามาด้วย จะปล่อยไว้คนเดียวได้ไง"
" เจ๋ง!! แม่จ๋าใจดีที่สุดเลย~"
คนดีใจขยับตัวจุ๊บแก้มแม่ตัวเองก่อนรีบลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ตาเรียวหรี่ลงพร้อมฉีกยิ้มจนแก้มปริเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
" แม่จ๋า~ งั้นจียงไปกลิ้งบนเตียงก่อนนะ!"
บอกเสร็จก็แทบจะวิ่งปรู๊ดตรงไปห้องนอนเหมือนกลัวว่าห้องมันจะหาย เห็นแบบนี้คนเป็นแม่เลยได้แต่ถอนใจ และหวังว่าชีวิตหนึ่งปีในเมืองหลวงของจียงจะมีแต่สิ่งดีๆ ก็แล้วกัน
.
.
ปึ่ก!! ปึ่ก!!! ปึ่ก!!!
เสียงอะไรบางอย่างกระแทกกันเป็นจังหวะสะเทือนมายังห้องเขา ชเวซึงฮยอนที่กำลังบิ้วตัวเองจนหลับไปได้ไม่นานถึงกับคู้ตัวอยู่บนเตียงด้วยความหดหู่
แม่งอยากจะร้องไห้...
เขาอยากจะร้องไห้ให้มันดังจนไอ้ห้องข้างๆ ได้ยินเสียด้วยซ้ำ ร่างกายตอนนี้มันไม่ไหวแล้วก็จริง แต่มันก็หลับไม่ได้ เพราะเสียงก่อกวนครั้งแล้วครั้งเล่า
" ขอร้องแล้วครับ ขอนอนหน่อยเถอะ"
เสียงงึมงำก้องอยู่ในหูของตัวเอง ขณะที่แทบจะเอาหน้าแทรกเอาไปในที่นอนเพื่อลดการรับรู้ของการสั่นสะเทือน แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
" แม่จ๋า!!! เตียงมันเด้งดึ๋งๆ เลย มาดูสิ!"
แม่งว้อย... จะทำอะไรทำไปเลย!!!
Overflow in Color : One end.
(ㆀ˘・з・˘) ...มะได้หาเรื่องเปิดใหม่นะ แต่เดี๋ยวค่อยบอกแล้วกันว่ามันคืออะไร 55555
ฟิกตรงข้ามกับหม่นอย่างสิ้นเชิง (กูบ้าไปละ) มาแบบง่ายๆ อ่านกันสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไร เพราะเราแต่งแบบไม่คิดเหมือนกัน ไม่คิดอะไรเลย ก๊ากกกก คนที่รอจินจู (หน้าซีด) ก็รอต่อไป เพราะตอนนี้กำลังเพลิดเพลินกับออริจินอล (เค้าขอโทษ!!) แล้วเราจะกลับมาจริงๆ *คำนับ*
Tags: fiction, gd, remember bb, top6 Comments








